IUI

 
IUI การฉีดเชื้อผสมเทียม

IUI คืออะไร?

IUI หรือ Intra-Uterine Insemination คือวิธีการแก้ปัญหาการมีบุตรยากแบบหนึ่ง ที่จะใช้วิธีการฉีดเชื้อผสมเทียมเข้าไปในโพรงมดลูกโดยตรง เพื่อลดอัตราการตายของตัวอสุจิ ให้อสุจิจำนวนมากเข้าถึงท่อนำไข่เพื่อผสมกับไข่ได้มากขึ้น รวมทั้งการฉีดอสุจิจะทำในวันที่ไข่ตกพอดี เป็นการเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ด้วยวิธีการที่ง่ายที่สุด

IUI สามารถเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้ โดยมีโอกาสตั้งครรภ์มากถึง 10 – 15% แม้อัตราการตั้งครรภ์จะน้อยกว่าการทำเด็กหลอดแก้วอย่าง ICSI หรือ IVF แต่ก็ซับซ้อนน้อยกว่า ไม่ต้องพบแพทย์บ่อย และค่าบริการการทำก็ถูกกว่าด้วยเช่นกัน

อัตราความสำเร็จ

เนื่องจากการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการฉีดอสุจิผสมเทียมนี้ยังต้องพึ่งพาอาศัยขบวนการธรรมชาติอยู่อีกมาก ซึ่งเป็นอีกทางเลือกสำหรับการสร้างโอกาสในการตั้งครรภ์ให้ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน โดยขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของแต่ละบุคคล เหมาะกับ

  • ✦ผู้หญิงอายุต่ำกว่า 35 ปี
  • ✦คู่แต่งงานใหม่
  • ✦ผู้ชายที่มีคุณภาพอสุจิลดลงเล็กน้อย
  • ✦ผู้หญิงที่ไม่มีภาวะท่อนำไข่อุดตันหรือพังผืดในอุ้งเชิงกราน

โดยทั่วไปแนะนำว่าสามารถทำต่อเนื่องได้ แต่ไม่ควรเกิน 6 รอบของการรักษา เนื่องจากอัตราความสำเร็จหรืออัตราการตั้งครรภ์สะสมหลังการทำ IUI มากกว่า 6 ครั้ง ไม่เพิ่มขึ้น ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงหรือผลเสียจากยา โดยเฉพาะในรายที่ใช้ clomiphene citrate ในการกระตุ้น จึงแนะนำไม่ควรรักษาเกิน 6 รอบ นอกจากนี้การทำ IUI เกินกว่า 6 รอบการรักษา ไม่ได้เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์มากนัก จึงควรเปลี่ยนวิธีการรักษาเป็นการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI)

FAQ

ทำไมถึงต้องทำ IUI?∨

เพราะปัญหาการมีบุตรยาก อาจเกิดจากอสุจิไม่สามารถวิ่งไปถึงไข่ได้ การทำ IUI จะทำให้เชื้ออสุจิมีโอกาสเข้าไปผสมกับไข่ได้มากขึ้น ปกติแล้วการหลั่งน้ำเชื้อของผู้ชาย 1 รอบ ควรจะมีอสุจิประมาณ 200 ล้านตัว แต่ด้วยปากมดลูกที่แคบ สภาวะกรดในช่องคลอด ทำให้อสุจิส่วนใหญ่ตายหรือสลบ ส่งผลให้อสุจิไปถึงไข่เพียง 200 – 500 ตัวเท่านั้น

การทำ IUI เป็นการทำให้น้ำเชื้อเข้มข้นขึ้น และฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกโดยตรง ร่อนระยะทางให้สเปิร์มเจอกับไข่ได้ทันเวลาก่อนไข่ฝ่อ

เหมาะกับฝ่ายชายที่: มีปัญหาน้ำเชื้อน้อย/เคลื่อนที่ไม่ดี แต่มีอสุจิสมบูรณ์มากกว่า 5 ล้านตัวขึ้นไป

เหมาะกับฝ่ายหญิงที่: อายุน้อยกว่า 30 ปี, ปากมดลูกตีบ, ไข่ไม่ตกเรื้อรัง (PCOS), ประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ, ใช้ Frozen sperm, หรือท่อนำไข่ปกติอย่างน้อย 1 ข้าง

ไม่เหมาะกับ: ผู้ที่ท่อนำไข่อุดตันทั้ง 2 ข้าง, พังผืดรุนแรง, สเปิร์มน้อยกว่า 1 ล้านตัว, หรือผ่านการทำหมันแล้ว (กรณีนี้แพทย์จะแนะนำทำ ICSI/IVF แทน)

ข้อดีของการทำ IUI∨
  • เป็นวิธีการแก้ปัญหามีบุตรยากที่พื้นฐาน ใกล้เคียงธรรมชาติ ไม่ยุ่งยาก และไม่เจ็บตัวเท่าเด็กหลอดแก้ว
  • ค่าใช้จ่ายถูกกว่าการทำเด็กหลอดแก้ว
  • เหมาะสำหรับครอบครัวที่ฝ่ายชายฝากน้ำเชื้อแช่แข็งไว้
  • ในบางกรณีสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ยากระตุ้น
ข้อจำกัดการทำ IUI∨
  • ขั้นตอนฉีดเชื้ออาจทำให้ระคายเคืองช่องคลอด รู้สึกเจ็บหรือแน่นท้องเล็กน้อย แต่ไม่มีผลกับการตั้งครรภ์
  • อาจเกิดการตั้งครรภ์แฝด หากการฉีดยากระตุ้นทำให้ไข่ตกมากกว่า 1 ฟอง
  • มีโอกาสติดเชื้อในขั้นตอนทำ แต่น้อยมาก
โอกาสตั้งครรภ์สำเร็จหลังทำ IUI มีมากน้อยเพียงใด?∨
การทำ IUI สามารถเพิ่มโอกาสสำเร็จได้มากกว่าปกติประมาณ 5 – 6 เท่า โดยโอกาสสำเร็จจะอยู่ที่ประมาณ 10 – 15% ขึ้นอยู่กับคุณภาพของน้ำเชื้อฝ่ายชายและไข่ของฝ่ายหญิง
การเตรียมตัวก่อนทำ IUI∨

ปรับเปลี่ยน Lifestyle: ทานโปรตีนสูง ผักผลไม้ ลดแป้ง/น้ำตาล/ของแปรรูป ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ 30-45 นาที 3-4 วัน/สัปดาห์ พักผ่อน 6-8 ชม. เข้านอนก่อน 5 ทุ่ม และผ่อนคลายความเครียด

ทานวิตามินตามแพทย์สั่ง: ฝ่ายหญิงเน้น Folic acid, Astaxanthin, CoQ10, Vit C, Vit E / ฝ่ายชายเน้น Astaxanthin, CoQ10, Zinc

การตรวจเลือดเตรียมตัว: ฝ่ายหญิงตรวจ CBC, Blood group, HIV, VDRL, HBsAg, Rubella, Thalassemia, ฮอร์โมน และตรวจอัลตราซาวด์ TVS / ฝ่ายชายตรวจ Routine Blood work และตรวจ Sperm Count (งดหลั่ง 3-5 วันก่อนเก็บ)

ขั้นตอนการทำ IUI∨
  1. ประจำเดือนมาวันที่ 2-3 เริ่มทาน/ฉีดยากระตุ้นไข่
  2. ติดตามขนาดฟองไข่รอบวันที่ 12 แล้วฉีดยากระตุ้นไข่ตก (HCG)
  3. หลังฉีดยากระตุ้นไข่ตก 1-2 วัน แพทย์จะนัดเก็บน้ำเชื้อ คัดเอาเฉพาะสเปิร์มแข็งแรง (ใช้เวลา 1-2 ชม.)
  4. ฉีดน้ำเชื้อเข้าโพรงมดลูก ใช้เวลา 20-30 นาที ไม่ต้องดมยาสลบ
ขั้นตอนการปฏิบัติตัวหลังทำ IUI∨
ช่วงวันแรกควรนอนนิ่งๆ ขยับตัวน้อยๆ งดมีเพศสัมพันธ์ 1-2 วันแรก หลังจากนั้น 2-3 วันสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติเพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ หลังทำ 2 สัปดาห์สามารถตรวจตั้งครรภ์ด้วยตนเอง หรือเข้าตรวจเลือดวัดค่า Beta-HCG ที่คลินิกเพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำ

สรุป

การทำ IUI เป็นการฉีดเชื้อผสมเทียมในวันที่ตกไข่โดยตรง ทำให้มีโอกาสท้องมากกว่าการมีเพศสัมพันธ์ตามธรรมชาติ หรือการนับวันมีเพศสัมพันธ์ ทั้งนี้ IUI มีข้อจำกัดในผู้ที่มีภาวะมีบุตรยากบางกรณี ทำให้แม้จะพยายามทำหลายรอบก็ไม่สำเร็จ ดังนั้น หากสงสัยว่าตนเองมีภาวะการมีบุตรยาก เคยทำ IUI มาแล้วหลายรอบไม่ได้ผล ก็ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจอวัยวะสืบพันธุ์อย่างรายละเอียด ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง เพื่อให้ทราบปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ต้องเสียเงิน เสียเวลาไปกับวิธีการผสมเทียมที่ทำกี่ครั้งก็อาจไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย